You are currently viewing โรดรี้ มิดฟิลด์พลังเทอร์โบ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดไม่ได้

โรดรี้ มิดฟิลด์พลังเทอร์โบ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดไม่ได้

โรดรี้ ถูกยกให้เป็นนักเตะระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว, หลังจากที่เขาเป็นนักเตะคนสำคัญในแผงห้องเครื่อง และช่วยให้ทีม “เรือใบสีฟ้า” คว้า ‘ทริปเปิ้ล แชมป์’ มาครอบครองได้ ในฤดูกาลที่ 2022/23

หากจะให้มองหามิดฟิลด์ชาวสเปน ที่ย้ายมาโลดแล่นในศึก พรีเมียร์ลีก และสามารถพัฒนาตัวเองได้จนถึงจุดสูงสุดของการเส้นทางการค้าแข้ง จนกลายเป็นกองกลางระดับเวิลด์คลาสได้ ถ้าให้นับย้อนไปในประวัติศาสตร์ของลีกผู้ดี ก็มีแข้งดังกล่าวจำนวนไม่น้อย

แต่ถ้านับในช่วงปัจจุบัน ที่วงการลูกหนังเปลี่ยนเป็น ‘โมเดิร์นฟุตบอล’ ไปแล้ว คุณจะไม่มีทางลืมชื่อของ โรดรี้ ไปได้อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ เขาเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดไปไม่ได้เสียแล้ว

Rodri มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Rodrigo Hernández Cascante เป็นชาวสเปน เขาเกิดเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 1996 ปัจจุบันอายุ 27 ปี เกิดที่เมือง Madrid ประเทศสเปน เป็นเจ้าของความสูงถึง 191 เซนติเมตร

ตำแหน่งการเล่นหลัก ที่เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในสนาม คือตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่นอกเหนือจากนั้น เขาก็สามารถขยับขึ้นไปเป็นกองกลางตัวคุมจังหวะเกม หรือจะให้ถอยลงไปเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก เขาก็สามารถทำได้

Rodri

มิดฟิลด์ชาวสเปนผู้นี้ เป็นนักเตะมีพลังในการเล่นเหลือล้นอยู่เสมอ ถ้าจะเรียกเขาว่า ‘กองกลางปอดเหล็ก’ ก็ไม่ใช่คำพูดที่ดูเกินไปเลย

โรดรี้ เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังของตนเอง ด้วยการเข้าไปอยู่ในทีมระดับเยาวชนของ ราโย่ มายาดาฮองด้า ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ในอะคาเดมีของ แอตเลติโก้ มาดริด เมื่อช่วงกลางปี 2007 ตอนที่เขามีอายุได้เพียง 11 ปี

แต่โชคชะตาก็ส่งบททดสอบมาให้เขา ตั้งแต่ที่เขายังเยาว์วัย เพราะเจ้าตัวยังไม่ทันได้ขึ้นไปเล่น ให้กับทีมชุดใหญ่ของ ‘ตราหมี’ ก็ถูกปล่อยตัวออกจากทีม ในช่วงกลางปี 2013, เหตุผลเป็นเพราะสภาพร่างกายของเขาเอง ที่ไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ

Rodri ย้ายไปร่วมทีมชุด U-19 ของ บียาร์เรอัล ในช่วงปี 2015 และใช้เวลาอยู่ 2 ปี จึงได้ขึ้นไปเล่นในทีมสำรอง และเมื่อถึงช่วงกลางปี 2016 เขาก็ได้ขึ้นไปเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของทีม ‘เรือดำน้ำสีเหลือง’ อย่างเต็มตัว

เขาได้โอกาสจากทีม ให้ประเดิมลงสนามนัดแรกในศึก La Liga เมื่อวันที่ 17 เมษายน ปี 2016 ด้วยฐานะการเป็นตัวสำรอง ซึ่งเป็นเกมที่ บียาร์เรอัล พ่ายให้กับ ราโย่ บาเยกาโน่ ไป 1-2 ประตู

โรดรี้

จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2017, Rodri ในตอนนั้น ได้กลายเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญของทีมไปแล้ว ซึ่งเขาได้ต่อสัญญาใหม่กับ บียาร์เรอัล ไปจนถึงปี 2022 และสามารถทำประตูแรกในลีก ลา ลีกา สเปน ได้ ในเกมที่เสมอกับ เอสปันญ่อล ไป 1-1 ประตู เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2018

Rodri ลงเล่นให้ บียาร์เรอัล ระหว่างปี 2015-18 รวมทั้งหมด 66 นัด ก่อนที่จะหวนกลับมาอยู่กับทีม “ตราหมี” ช่วงกลางปี 2018 โดยมีค่าตัว 20 ล้านยูโร บวกกับ Add-ons อีก 5 ล้านยูโร โดยได้เซ็นสัญญาร่วมทีมเป็นเวลา 5 ปี

เขาได้ประเดิมลงเล่นนัดแรก วันที่ 15 สิงหาคม 2018 ในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ โดยได้ลงเล่นเป็นเวลากว่า 71 นาที ในเกมที่ แอตเลติโก มาดริด เอาชนะทีมยักษ์ใหญ่ร่วมเมืองอย่าง เรอัล มาดริด ไปได้ 4-2

มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนผู้นี้ ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ แอตเลติโก มาดริด ไปทั้งหมด 34 นัด ทำประตูไปได้ทั้งหมด 3 ประตู

จนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2019, โรดรี้ ย้ายมาเล่นในลีกอังกฤษให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 62.6 ล้านปอนด์ เพราะเป็นค่าฉีกสัญญาที่ทีม “ตราหมี” ได้ตั้งเอาไว้ และกลายเป็นนักเตะใหม่ ที่มีค่าตัวสูงสุดในเวลานั้น โดยเซ็นสัญญาร่วมทีมเป็นเวลา 5 ปี

โรดรี้

ถึงกระนั้น, เขายังต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ในการปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของ “เรือใบสีฟ้า” แต่พอเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาก็กลายเป็นกองกลางตัวตัดเกมระดับท็อปของ พรีเมียร์ลีก ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้ 3 สมัยซ้อน

รวมไปถึงการเป็นนักเตะคนสำคัญ ที่ช่วยพาทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้า ‘ทริปเปิ้ล แชมป์’ สุดยิ่งใหญ่ของมาครอบครองได้ โดยเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีกส์ และเอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2022-23

สำหรับผลงานในทีมชาติสเปนชุดใหญ่, โรดรี้ ถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ไปทั้งหมด 48 นัด ทำประตูไปได้ทั้งหมด 1 ประตู